จี้ช่วยอสังหาเว้นLTV-ลดโอน อัดซอฟต์ไลนดึงทุนนอกซื้อ
วันที่ : 30 เมษายน 2569
นายกสมาคมอาคารชุดไทย ประเมิน ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569 ยังเผชิญความท้าทาย รอบด้าน ทั้งปัจจัยสงครามการค้าและต้นทุนก่อสร้าง พุ่งกระฉูด จี้รัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ ต่ออายุการผ่อนปรน LTV-ลดค่าธรรมเนียมโอน ยืดอายุเช่าอสังหาเป็น 60 ปี และอัดฉีด Soft Loan ผ่านแบงก์พาณิชย์ พร้อมจับตาบิ๊กทุนตะวันออกกลางย้ายฐานซบไทย
นายปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 1/2569 เริ่มมีทิศทางทางที่ดีขึ้น แต่ถูกกดดันจากการที่สหรัฐ ได้เริ่มสงครามไม่ว่าจะเป็นเวเนซุเอลา หรืออิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อ ราคาวัสดุก่อสร้างและต้นทุนพลังงาน ทำให้ภาพรวมปี 2569 ยังมีทิศทางไม่ค่อยดีหรือยังทรงตัว เนื่องจากผู้บริโภคไม่กล้าใช้จ่ายและชะลอการตัดสินใจ ซื้อออก
รวมถึงผู้ประกอบการต้องแบกรับความเสี่ยงสูงจากค่าก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างหนัก ทำให้ผู้รับเหมาไม่กล้าประมูลงานหรือตกลงราคาในระยะยาวเพราะกังวลเรื่องสภาพคล่องและ ส่วนต่างกำไร โดยจะเริ่มเห็นการชะลอการเปิดโครงการใหม่จำนวนมากเพื่อรอดูสถานการณ์ต้นทุนในช่วงสิ้นปี
ห่วงขาดสภาพคล่อง
อีกทั้งธนาคารยังปล่อยกู้ได้ยาก ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากเกิดปัญหาขาดสภาพคล่องซึ่งจะกระทบต่อธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกัน สำหรับทิศทางในช่วงไตรมาส 2 คาดว่าจะยังทรงตัวใกล้เคียงกับไตรมาสแรก โดยปัจจัยเร่งสำคัญคือมาตรการรัฐที่จะหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการโอนกรรมสิทธิ์ ครั้งใหญ่
ทั้งนี้ในวิกฤติย่อมมีโอกาสซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณการย้ายฐานการลงทุนและที่อยู่อาศัยจากกลุ่มคนรวยในแถบอาหรับ เนื่องจากไทยมีความเป็น กลางในด้านความขัดแย้งระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น UAE ที่ออกจากโอเปก และได้ให้ความสนใจในโครงการแลนด์บริดจ์ รวมถึงซาอุดีอาระเบียมีเที่ยวบินตรงมาไทย และแนวคิดการตั้งคลังน้ำมันในพื้นที่ระนอง-ชุมพร อาจเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระยะกลางถึงระยะยาว
ยื่นข้อเสนอภาครัฐ
โดยทางสมาคมได้ยื่นข้อเสนอต่อทางภาครัฐ ซึ่งได้มีการยื่นหนังสือไปแล้วและอยู่ในขั้นตอนการทำนัดเพื่อเข้าไปพูดคุยติดตามความคืบหน้า แต่ยังไม่มีการตอบรับกลับมา ทั้งในเรื่อง ให้มีการทำสัญญาเช่าระยะยาว (Leasehold) เป็น 50-60 ปี เพื่อให้กลุ่ม Wealth เข้ามาอยู่อาศัยได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ รวมถึงมาตรการระยะสั้นในต่ออายุการยกเว้นมาตรการ LTV อีก 1 ปี และต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนอง
ประกอบกับปรับปรุงมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอน 0.01% โดยเสนอให้ปรับเกณฑ์เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม โดยหากซื้อบ้านราคาเกิน 7 ล้านบาท เช่น ราคา 10 ล้านบาท ควรให้สิทธิ์ลดหย่อนในส่วน 7 ล้านบาทแรก และคิดค่าธรรมเนียมปกติเฉพาะส่วนที่เกินมาแทนที่จะตัดสิทธิ์ทั้งหมด
อีกทั้งอยากเสนอให้ภาครัฐอัดฉีดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำไปยังธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงฐานลูกค้าที่กว้างขึ้นและครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ จากเดิมที่กระจุกตัวอยู่ในธนาคาร ธ.อ.ส. ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ต่างๆ มีความลังเลในการปล่อยสินเชื่อบ้านและมีการลดสัดส่วนสินเชื่อประเภทนี้ลง
สานต่องานเก่า
อย่างไรก็ดีหลังจากที่ได้เข้ามาเป็นนายกสมาคมอาคารชุดไทยคนใหม่ จึงอยากจะสานต่องานเก่าทั้งยังค้างและเป็นปัญหาอยู่ ยกตัวอย่างเช่น การสร้างมาตรฐาน Code of Conduct สำหรับการพิจารณา EIA ที่ปัจจุบันยังขาดความชัดเจนและเปลี่ยนมาตรฐานไปตามคณะกรรมการแต่ละชุด ทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการบานปลาย
"อสังหา คือต้นน้ำของเศรษฐกิจ หากเราสะดุด จะกระทบถึง GDP ของประเทศถึง 8-10% รัฐบาลจึงควรเร่งเข้ามาสนับสนุนก่อนที่กลไกนี้จะหยุดชะงัก" นายปิติพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย
รวมถึงผู้ประกอบการต้องแบกรับความเสี่ยงสูงจากค่าก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างหนัก ทำให้ผู้รับเหมาไม่กล้าประมูลงานหรือตกลงราคาในระยะยาวเพราะกังวลเรื่องสภาพคล่องและ ส่วนต่างกำไร โดยจะเริ่มเห็นการชะลอการเปิดโครงการใหม่จำนวนมากเพื่อรอดูสถานการณ์ต้นทุนในช่วงสิ้นปี
ห่วงขาดสภาพคล่อง
อีกทั้งธนาคารยังปล่อยกู้ได้ยาก ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากเกิดปัญหาขาดสภาพคล่องซึ่งจะกระทบต่อธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกัน สำหรับทิศทางในช่วงไตรมาส 2 คาดว่าจะยังทรงตัวใกล้เคียงกับไตรมาสแรก โดยปัจจัยเร่งสำคัญคือมาตรการรัฐที่จะหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการโอนกรรมสิทธิ์ ครั้งใหญ่
ทั้งนี้ในวิกฤติย่อมมีโอกาสซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณการย้ายฐานการลงทุนและที่อยู่อาศัยจากกลุ่มคนรวยในแถบอาหรับ เนื่องจากไทยมีความเป็น กลางในด้านความขัดแย้งระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น UAE ที่ออกจากโอเปก และได้ให้ความสนใจในโครงการแลนด์บริดจ์ รวมถึงซาอุดีอาระเบียมีเที่ยวบินตรงมาไทย และแนวคิดการตั้งคลังน้ำมันในพื้นที่ระนอง-ชุมพร อาจเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระยะกลางถึงระยะยาว
ยื่นข้อเสนอภาครัฐ
โดยทางสมาคมได้ยื่นข้อเสนอต่อทางภาครัฐ ซึ่งได้มีการยื่นหนังสือไปแล้วและอยู่ในขั้นตอนการทำนัดเพื่อเข้าไปพูดคุยติดตามความคืบหน้า แต่ยังไม่มีการตอบรับกลับมา ทั้งในเรื่อง ให้มีการทำสัญญาเช่าระยะยาว (Leasehold) เป็น 50-60 ปี เพื่อให้กลุ่ม Wealth เข้ามาอยู่อาศัยได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ รวมถึงมาตรการระยะสั้นในต่ออายุการยกเว้นมาตรการ LTV อีก 1 ปี และต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนอง
ประกอบกับปรับปรุงมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอน 0.01% โดยเสนอให้ปรับเกณฑ์เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม โดยหากซื้อบ้านราคาเกิน 7 ล้านบาท เช่น ราคา 10 ล้านบาท ควรให้สิทธิ์ลดหย่อนในส่วน 7 ล้านบาทแรก และคิดค่าธรรมเนียมปกติเฉพาะส่วนที่เกินมาแทนที่จะตัดสิทธิ์ทั้งหมด
อีกทั้งอยากเสนอให้ภาครัฐอัดฉีดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำไปยังธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงฐานลูกค้าที่กว้างขึ้นและครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ จากเดิมที่กระจุกตัวอยู่ในธนาคาร ธ.อ.ส. ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ต่างๆ มีความลังเลในการปล่อยสินเชื่อบ้านและมีการลดสัดส่วนสินเชื่อประเภทนี้ลง
สานต่องานเก่า
อย่างไรก็ดีหลังจากที่ได้เข้ามาเป็นนายกสมาคมอาคารชุดไทยคนใหม่ จึงอยากจะสานต่องานเก่าทั้งยังค้างและเป็นปัญหาอยู่ ยกตัวอย่างเช่น การสร้างมาตรฐาน Code of Conduct สำหรับการพิจารณา EIA ที่ปัจจุบันยังขาดความชัดเจนและเปลี่ยนมาตรฐานไปตามคณะกรรมการแต่ละชุด ทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการบานปลาย
"อสังหา คือต้นน้ำของเศรษฐกิจ หากเราสะดุด จะกระทบถึง GDP ของประเทศถึง 8-10% รัฐบาลจึงควรเร่งเข้ามาสนับสนุนก่อนที่กลไกนี้จะหยุดชะงัก" นายปิติพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ