NOBLE กางแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง เร่งระบายสต๊อก เติมสภาพคล่อง เปิดคอนโดใหม่ 6.6 พันล.
Loading

NOBLE กางแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง เร่งระบายสต๊อก เติมสภาพคล่อง เปิดคอนโดใหม่ 6.6 พันล.

วันที่ : 24 สิงหาคม 2569
NOBLE กางแผนครึ่งปีหลัง เน้นสร้างสภาพคล่อง ระบายสต๊อก 14,642 ล้านบาท ล่าสุดผุดแคมเปญ "One Price One Month" กระตุ้นยอดขาย พร้อมเตรียมเปิดคอนโดหรูใหม่ มูลค่า 6,600 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังตุนแบ็กล็อกแกร่ง 21,647 ล้านบาท ทยอยบุ๊กยาว 4 ปี
    นายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 บริษัทจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างสภาพคล่อง การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ และจะมีการเปิดตัวโครงการระดับพรีเมียม 1 โครงการ เป็นโครงการคอนโดมิเนียม High-rise จำนวน 358 ยูนิต มูลค่าโครงการ 6,600 ล้านบาท ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้เริ่มทำการตลาดล่วงหน้า (Sneak Preview) กับกลุ่มลูกค้าต่างประเทศไปบ้างแล้วและได้รับผลตอบรับที่ดีมาก เนื่องจากเป็นกลุ่มสินค้าระดับพรีเมียมในทำเลศักยภาพที่ตลาดต้องการ

    ขณะเดียวกันบริษัทให้ความสำคัญอย่างมากกับการเปลี่ยนสินค้าคงเหลือให้เป็นเงินสด เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ในไตรมาส 3/2569 จึงได้มีการออกแคมเปญ "One Price One Month" เป็นแคมเปญที่เน้นการปรับราคาขายให้ใกล้เคียงกับราคาตลาดเพื่อเร่งการตัดสินใจของลูกค้า โดยเฉพาะใน 3 โครงการหลัก คือโครงการโนเบิล ฟอร์ม ทองหล่อ, โครงการนิว คอนเน็กซ์ คอนโด ดอนเมือง และโครงการนิว เอโว อารีย์

    โดยมีสินค้าพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ที่เข้าร่วมแคมเปญดังกล่าวมูลค่ารวมประมาณ 3,500 ล้านบาท และคาดว่าจะมียอดรอโอนจากการทำแคมเปญในช่วงต้นไตรมาส 3/2569 กว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องและสร้างกระแสเงินสด นอกจากนี้ บริษัทยังคาดการณ์ว่าแคมเปญนี้จะช่วยสร้างกระแสเงินสดสุทธิ (Net Cash) หลังชำระหนี้ได้ประมาณ 1,441 ล้านบาท และช่วยลดหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลงได้ 765 ล้านบาท

    ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) อยู่ที่ 21,647 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ภายใน 4 ปีข้างหน้า สนับสนุนความต่อเนื่องของรายได้ในระยะยาว ขณะเดียวกันบริษัทยังมีสินค้าคงเหลือพร้อมขาย (Ready-to-move) มูลค่าประมาณ 14,642 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งโครงการแนวราบและแนวสูงในทำเลศักยภาพ โดยบริษัทจะให้ความสำคัญกับการขายและโอนกรรมสิทธิ์สินค้าดังกล่าวในช่วงที่เหลือของปี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเงินทุนหมุนเวียนและสร้างกระแสเงินสด

    อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการในไตรมาส 3/2569 หากเทียบกับไตรมาส 3/2568 อาจเห็นตัวเลขที่แตกต่าง เนื่องจากในไตรมาส 3/2568 มีรายได้พิเศษจากการขายเงินลงทุนในโครงการที่พระราม 9 แต่ในแง่ของการดำเนินงานปกติ (Operation) บริษัทคาดว่าการโอนจากแคมเปญ One Price One Month จะทำให้ตัวเลขออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

    นอกจากนี้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีอัตราส่วน Net IBD/E อยู่ที่ 1.70 เท่า ลดลงจาก ณ สิ้นปี 2568 สอดคล้องกับแนวทางการบริหารโครงสร้างเงินทุนของบริษัทที่มุ่งเน้นการลดภาระหนี้ ควบคู่กับการรักษาความยืดหยุ่นทางการเงิน โดยการบริหารสินค้าคงเหลือและการสร้างกระแสเงินสดจากการโอนกรรมสิทธิ์จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงิน และเตรียมความพร้อมสำหรับการลงทุนและโอกาสทางธุรกิจใหม่ในอนาคต
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาคเอกชน อื่นๆ