ORI เปิดเกมรุกอสังหาภูเก็ต ดันพอร์ตแตะ 3.1 หมื่นล้าน
วันที่ : 10 สิงหาคม 2569
ORI ลั่นกลองเกมรุกอสังหา ภูเก็ต ปักธง 3 ปี ปั๊มพอร์ตแตะ 3.1 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันที่ 1.8 หมื่นล้านบาท พร้อมสร้างรายได้โครงการใหม่ตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 เป็นต้นไป ด้านนโยบายขายโรงแรมยอมรับถ้าราคาคุ้มพร้อมปล่อย
นายธนกร วุฒิพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการบริหารธุรกิจตลาดต่างประเทศ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทมีความมั่นใจในศักยภาพเมืองท่องเที่ยวโดยเฉพาะภูเก็ตมีความเป็น World Class Destination เป็นจังหวัดท่องเที่ยวระดับท็อปที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งเป็นทั้งเมืองพักผ่อนตากอากาศ และ Global Safe Zone บ้านหลังที่ 2 ของชาวต่างชาติ
ลุยปั๊มพอร์ตภูเก็ต
ทั้งนี้พอร์ตอสังหา ภูเก็ตของกลุ่มบริษัทมีทั้งลูกค้าชาวไทย และชาวต่างชาติ แต่เฉพาะชาวต่างชาติ 3 พบอันดับแรก คือ รัสเซีย 46.6%, โปแลนด์ 15.9%, จีน 6.4% และอื่นๆ 31.1% และเมื่อประเมินแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตในช่วง 3 ปีข้างหน้า คาดการณ์ว่า ตลาดหลักของภูเก็ตจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยจะมีกลุ่มลูกค้าต่างชาติหน้าใหม่เข้ามาแทนที่กลุ่มเดิม
โดยโครงการของบริษัทจะขยายตัวรองรับตลาดอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลา 3 ปี (2569 - 2571) ต่อจากนี้ จะมีการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่รวม 11,650 ล้านบาท ส่งผลให้พอร์ต ออริจิ้น ภูเก็ต เติบโตจาก 18,350 ล้านบาท ขยับขึ้นเป็น 31,600 ล้านบาท ในปี 2571 พร้อมสร้างรายได้ใหม่เพิ่มจากโครงการสร้างเสร็จพร้อมส่งมอบและรายได้ประจำ จากกลุ่มโรงแรมที่เปิดให้บริการ ประกอบด้วย
1.กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายทั้งคอนโด และ บ้าน (วิลลา) ปี 2569 นี้ จะมี 2 คอนโด เปิดใหม่บนทำเลย่าน เชิงทะเล และ กะทู้ -ป่าตอง รวมมูลค่า 3,500 ล้านบาท และระหว่างปี 2570-2571 จะมีคอนโดใหม่เพิ่มจำนวน 7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 8,150 ล้านบาท บนทำเลหาดบางเทา, เชิงทะเล, หาดสุรินทร์, หาดกะตะ และ เมืองภูเก็ต
รายได้ระลอกใหม่
นอกจากนี้ ออริจิ้นจะสามารถสร้างรายได้รอบใหม่ที่เริ่มตั้งแต่ ไตรมาส 4/2569 เป็นต้นไป จากโครงการที่ก่อสร้างเสร็จและส่งมอบให้กับลูกค้า จาก 2 โครงการเพิ่มเติม คือ โครงการ โซ ออริจิ้น บางเทา บีช มูลค่าโครงการ 2,800 ล้านบาท และ โครงการ บัลโค บางเทา บีช มูลค่า 600 ล้านบาท ในปี 2570 เพิ่มอีก 2 โครงการ
2. กลุ่มธุรกิจโรงแรม (Hospitality & Tourism) ที่สร้างรายได้ประจำ จะมีการลงทุนในโรงแรมใหม่ ปี 2570-2571 จำนวน 2 แห่ง มูลค่า 1,880 ล้านบาท โดยปัจจุบันอยู่ในช่วงของการศึกษาข้อมูลและเจรจาร่วมกับพันธมิตร พร้อมทั้งจะมีการเปิดให้บริการจาก 3 โรงแรมที่ลงทุนไปในช่วงก่อนหน้าและทยอยสร้าง Recurring Income ต่อเนื่องให้กับบริษัท ได้แก่ โรงแรม Moxy Phuket Chaofah กำหนดเปิดให้บริการ ไตรมาส 4/2569, โรงแรม Motto Phuket Kata กำหนด เปิดให้บริการ ไตรมาส 3/2571 และโรงแรม Moxy Cherngtalay กำหนดเปิดให้บริการ ไตรมาส 4/2571 นโยบายขายโรงแรม
ขณะที่บริษัทมีนโยบายบริหารสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดพร้อมบริหารการเงินอย่างเหมาะสม ธุรกิจโรงแรมในเครือจึงเปิดกว้างสำหรับการขายโรงแรมทุกแห่งหากมีนักลงทุนที่สนใจพร้อมจะซื้อด้วยราคาที่คุ้มค่ามากพอ ทว่าโดยปกติแล้วบริษัทมักเริ่มพิจารณาว่าขายโรงแรมใดๆ หรือไม่หลังจากที่เปิดดำเนินงาน (Operation) ไปแล้วประมาณ 3 ถึง 4 ปี เพื่อให้ผลประกอบการและรายได้มีความนิ่งและชัดเจน ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนที่ต้องการเข้ามาซื้อต่อไป
ลุยปั๊มพอร์ตภูเก็ต
ทั้งนี้พอร์ตอสังหา ภูเก็ตของกลุ่มบริษัทมีทั้งลูกค้าชาวไทย และชาวต่างชาติ แต่เฉพาะชาวต่างชาติ 3 พบอันดับแรก คือ รัสเซีย 46.6%, โปแลนด์ 15.9%, จีน 6.4% และอื่นๆ 31.1% และเมื่อประเมินแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตในช่วง 3 ปีข้างหน้า คาดการณ์ว่า ตลาดหลักของภูเก็ตจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยจะมีกลุ่มลูกค้าต่างชาติหน้าใหม่เข้ามาแทนที่กลุ่มเดิม
โดยโครงการของบริษัทจะขยายตัวรองรับตลาดอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลา 3 ปี (2569 - 2571) ต่อจากนี้ จะมีการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่รวม 11,650 ล้านบาท ส่งผลให้พอร์ต ออริจิ้น ภูเก็ต เติบโตจาก 18,350 ล้านบาท ขยับขึ้นเป็น 31,600 ล้านบาท ในปี 2571 พร้อมสร้างรายได้ใหม่เพิ่มจากโครงการสร้างเสร็จพร้อมส่งมอบและรายได้ประจำ จากกลุ่มโรงแรมที่เปิดให้บริการ ประกอบด้วย
1.กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายทั้งคอนโด และ บ้าน (วิลลา) ปี 2569 นี้ จะมี 2 คอนโด เปิดใหม่บนทำเลย่าน เชิงทะเล และ กะทู้ -ป่าตอง รวมมูลค่า 3,500 ล้านบาท และระหว่างปี 2570-2571 จะมีคอนโดใหม่เพิ่มจำนวน 7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 8,150 ล้านบาท บนทำเลหาดบางเทา, เชิงทะเล, หาดสุรินทร์, หาดกะตะ และ เมืองภูเก็ต
รายได้ระลอกใหม่
นอกจากนี้ ออริจิ้นจะสามารถสร้างรายได้รอบใหม่ที่เริ่มตั้งแต่ ไตรมาส 4/2569 เป็นต้นไป จากโครงการที่ก่อสร้างเสร็จและส่งมอบให้กับลูกค้า จาก 2 โครงการเพิ่มเติม คือ โครงการ โซ ออริจิ้น บางเทา บีช มูลค่าโครงการ 2,800 ล้านบาท และ โครงการ บัลโค บางเทา บีช มูลค่า 600 ล้านบาท ในปี 2570 เพิ่มอีก 2 โครงการ
2. กลุ่มธุรกิจโรงแรม (Hospitality & Tourism) ที่สร้างรายได้ประจำ จะมีการลงทุนในโรงแรมใหม่ ปี 2570-2571 จำนวน 2 แห่ง มูลค่า 1,880 ล้านบาท โดยปัจจุบันอยู่ในช่วงของการศึกษาข้อมูลและเจรจาร่วมกับพันธมิตร พร้อมทั้งจะมีการเปิดให้บริการจาก 3 โรงแรมที่ลงทุนไปในช่วงก่อนหน้าและทยอยสร้าง Recurring Income ต่อเนื่องให้กับบริษัท ได้แก่ โรงแรม Moxy Phuket Chaofah กำหนดเปิดให้บริการ ไตรมาส 4/2569, โรงแรม Motto Phuket Kata กำหนด เปิดให้บริการ ไตรมาส 3/2571 และโรงแรม Moxy Cherngtalay กำหนดเปิดให้บริการ ไตรมาส 4/2571 นโยบายขายโรงแรม
ขณะที่บริษัทมีนโยบายบริหารสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดพร้อมบริหารการเงินอย่างเหมาะสม ธุรกิจโรงแรมในเครือจึงเปิดกว้างสำหรับการขายโรงแรมทุกแห่งหากมีนักลงทุนที่สนใจพร้อมจะซื้อด้วยราคาที่คุ้มค่ามากพอ ทว่าโดยปกติแล้วบริษัทมักเริ่มพิจารณาว่าขายโรงแรมใดๆ หรือไม่หลังจากที่เปิดดำเนินงาน (Operation) ไปแล้วประมาณ 3 ถึง 4 ปี เพื่อให้ผลประกอบการและรายได้มีความนิ่งและชัดเจน ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนที่ต้องการเข้ามาซื้อต่อไป
ข่าวอสังหาริมทรัพย์ภูมิภาค อื่นๆ