ORI เดินเกมแผนJUMP+ ครึ่งหลังปั้นสินทรัพย์ทำเงิน
Loading

ORI เดินเกมแผนJUMP+ ครึ่งหลังปั้นสินทรัพย์ทำเงิน

วันที่ : 24 สิงหาคม 2569
ORI กางแผน JUMP+ 3 ปี เร่งเครื่องผลงานทะยานสู่ 1.43 พันล้านบาท ในปี 2571 ชูโมเดล Build-Operate-Exit-Reinvest ปั้นโรงแรม-คลังสินค้าเพิ่มมูลค่าก่อนขายเข้ากอง REIT หมุนเงินลงทุนรอบใหม่ ฟากครึ่งปีหลังจ่อบุ๊กรายได้ขายสินทรัพย์-ที่ดินอีก 1.5-1.8 พันล้านบาท
    นายปิติพงษ์ ไตรนุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าสานต่อแผนการเติบโตระยะยาวภายใต้โครงการ JUMP+ โดยวางกลยุทธ์ระยะ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2569-2571 มุ่งสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง ผ่านการบริหารจัดการสินทรัพย์ในกลุ่มโรงแรมและคลังสินค้าเป็นหลัก ควบคู่กับการเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ ก่อนจำหน่ายสินทรัพย์ (Exit) เข้าสู่กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) หรือช่องทางการลงทุนอื่น เพื่อนำเงินทุนกลับมาหมุนเวียนและต่อยอดการลงทุนใหม่
    
    บริษัทคาดว่าปี 2569 จะมีกำไรสุทธิประมาณ 808 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% จากปีก่อน และตั้งเป้าปี 2570 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1,004 ล้านบาท เติบโต 24.3% ก่อนเร่งขึ้นสู่ประมาณ 1,432 ล้านบาท ในปี 2571 เพิ่มขึ้น 42.6% สะท้อนเป้าหมายการยกระดับผลประกอบการอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีข้างหน้าตามแผนโครงการ JUMP+

    สำหรับกลยุทธ์ในปี 2569 บริษัทจะมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มจากกลุ่มธุรกิจโรงแรมและคลังสินค้า พร้อมขยายฐานลูกค้าและนักลงทุนต่างชาติ โดยมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 4 โครงการ มูลค่ารวม 6,050 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 43% และคอนโดมิเนียม 57%

    ขณะที่ปี 2570 บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาสินทรัพย์โรงแรมและคลังสินค้าเพื่อรองรับการจำหน่ายออกอย่างต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจคอนโดมิเนียมจะเน้นเจาะฐานลูกค้าต่างชาติเดิม ควบคู่กับการขยายโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียมสู่หัวเมืองหลักและพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดระยองและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
    
    ทั้งนี้ บริษัทวางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2570 มูลค่ารวม 7,300 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 70% และคอนโดมิเนียม 30% ก่อนเพิ่มมูลค่าโครงการเปิดใหม่เป็น 8,600 ล้านบาท ในปี 2571 พร้อมเดินหน้ามองหาทำเลและพื้นที่ศักยภาพใหม่สำหรับการพัฒนาโครงการทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียมในหัวเมืองหลัก

    ด้าน นางสาวกนกไพลิน วิไลแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ORI กล่าวว่า บริษัทเดินหน้าบริหารสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ตามโมเดล Build-Operate-Exit-Reinvest ในธุรกิจโรงแรมและคลังสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มตั้งแต่การพัฒนาและบริหารโครงการเพื่อเพิ่มอัตราการเข้าพักและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินทรัพย์ (Value Creation) ก่อนจำหน่ายสินทรัพย์เข้าสู่ REIT กองทุน หรือผู้ลงทุนรายอื่น

    กลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทรับรู้กำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) และสร้างกระแสเงินสดเพิ่มเติม (Extra Cash) ก่อนนำเงินทุนกลับไปลงทุน (Reinvest) ในโครงการเชิงกลยุทธ์ที่มีศักยภาพ เพื่อสร้างวงจรการเติบโตและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุนในระยะยาว

    ขณะเดียวกัน การหมุนเวียนสินทรัพย์ดังกล่าวจะเป็นอีกกลไกสำคัญในการช่วยลดการพึ่งพาการระดมทุนผ่านหุ้นกู้ โดยบริษัทมีแผนรองรับหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดชำระภายในระยะเวลา 1 ปี มูลค่าประมาณ 7,000 ล้านบาท ขณะที่อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ในระดับใกล้เคียงหุ้นกู้เดิมที่ประมาณ 5.5-6.0% ส่วนเงินกู้ ระยะยาวที่จะครบกำหนดชำระอีกประมาณ 6,700 ล้านบาท บริษัทจะทยอยบริหารจัดการอย่างเหมาะสม

    สำหรับแผนจำหน่ายสินทรัพย์และที่ดิน ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 บริษัทรับรู้รายได้แล้วประมาณ 600-800 ล้านบาท และคาดว่าช่วงครึ่งปีหลังจะรับรู้รายได้เพิ่มอีกประมาณ 1,500-1,800 ล้านบาท จากการนำโครงการ คลังสินค้าของกิจการร่วมค้า (JV) จำนวน 3 โครงการ พื้นที่รวม 175,107 ตารางเมตร เข้าสู่กองทรัสต์ ALPHART รวมถึงการขายที่ดินศักยภาพสูงในทำเล ศรีราชา กรุงเทพฯ และภูเก็ต

    บริษัทคาดว่ากลยุทธ์บริหารสินทรัพย์ดังกล่าวจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างทางการเงิน และผลักดันอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD/E) ให้ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากระดับประมาณ 1.5-1.6 เท่า ณ สิ้นปีก่อน ลดลงมา อยู่ที่ 1.38 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 และคาดว่าจะ ลดลงเหลือประมาณ 1.3 เท่าในปี 2570 ก่อนลดลงสู่ 1.2 เท่า ในปี 2571 ตามแผนการบริหารโครงสร้างเงินทุนและการหมุนเวียนสินทรัพย์ของบริษัท
ข่าวอสังหาริมทรัพย์ภูมิภาค อื่นๆ